Shazam! – ชาแซม!


เรื่องย่อหนัง

หนัง Shazam หรือชื่อไทยว่า ชาแซม เราทุกคนต่างมีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่ในตัวของเรา มันก็แค่ต้องใช้มนตร์วิเศษสักหน่อยเพื่อที่จะดึงมันออกมา ในกรณีของ “บิลลี่ แบทสัน” (แอชเชอร์ แองเจล) นั้นดึงออกมาโดยการตะโกนคำว่า SHAZAM! แล้วจากนั้นเด็กกำพร้าวัย 14 ปีที่ต้องเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ก็จะกลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่วัยผู้ใหญ่ “ชาแซม” (แซ็คคารี่ เลวี่) ซึ่งพลังพิเศษนี้ได้รับการสืบทอดมาจากพ่อมดชราคนหนึ่ง เขายังคงความเป็นเด็กน้อยด้วยหัวใจที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายดั่งพระเจ้า ชาแซมจะได้สนุกสนานไปกับตัวของเขาในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่ ด้วยการทำในสิ่งที่วัยรุ่นคนไหน ๆ ก็อยากจะทำด้วยพลังพิเศษต่าง ๆ แค่สนุกไปกับพวกมัน! เขาบินได้มั้ย? เขามีความสามารถในการ X-ray รึป่าว? เขาสามารถปล่อยลำแสงออกมาจากมือได้หรือไม่? เขาจะก้าวข้ามบทเรียนทางสังคมของเขาไปเลยได้มั้ย? ชาแซมมุ่งมั่นที่จะทดสอบขีดความสามารถของเขา ด้วยความบ้าระห่ำอันแสนสุขของเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่เขาก็ต้องการที่จะเชี่ยวชาญการใช้พลังเหล่านี้ได้โดยเร็วเพื่อที่จะไปต่อกรกับพลังอำนาจอันร้ายกาจที่ถูกควบคุมโดย “ดร. แธดิอุส ซิวานา” (มาร์ค สตรอง)

รีวิว
“แยกกันอยู่เราดี รวมกันทีมีพัง!” เหมือนกับว่าทาง DC จะเหมาะสมกับประโยคนี้จริงๆ พิสูจน์ได้จากหนังรวมตัวฮีโร่ที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็น Batman v Superman เอย หรือแม้กระทั่งหัวใหญ่อย่าง Justice League เอย ก็พังไม่เป็นท่า แต่พอมา Aquaman ต้องบอกเลยว่าดังเปรี้ยงปร้างถล่มทลาย และแล้วก็ถึงคราวหนังฮีโร่เดี่ยวอีกหนึ่งคนจาก DC อย่าง Shazam! ที่น่าสนใจและน่าหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน เพราะโดนตัดทุนสร้างไปพอสมควร

ด้วยความที่ Shazam! เป็นตัวละครที่ไม่เคยปรากฏในหนังมาก่อน และไม่ได้โด่งดังในไทยขนาดนั้น นอกจากแฟนบอยของคอมิกส์ต่างๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงมองว่ามันค่อนข้างที่จะอิสระ เป็นตัวละครใหม่ แต่ความยากคือ จะทำให้ยังไงให้คนเข้าถึงและอินกับตัวละครนี้ จริงๆ เด็กคงจะอินกับตัวละครนี้ได้ไม่ยาก เพราะ Shazam ก็เป็นเด็ก แค่ทำความดี และได้รับพลังวิเศษจากพ่อมด แค่ตะโกนว่า Shazam แล้วก็กลายเป็นฮีโร่แล้ว ด้วยโครงเรื่องแบบนี้ มันดีมากเลยนะ เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย พ่อแม่พาลูกไปดูก็สามารถสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้จากฮีโร่เรื่องนี้เลย

ตอนที่เห็นตัวอย่างเราก็รู้แล้วแหละว่ามันจะต้องเป็นหนังฮีโร่แบบตลกโปกฮาแน่นอน แต่พอได้ดูมันมีอะไรมากกว่านั้น มันเป็นหนังฮีโร่แบบ coming-of-age เรื่องนึงเลยแหละ เราได้เห็นการพัฒนาของตัวละครตัวนี้ได้โอเคในระดับนึง ที่พอจะทำให้เราได้เข้าใจตัวละครอย่าง Billy มีการสอดแทรกประเด็นดราม่าครอบครัวเข้ามาบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือมันดูไม่ยัดเยียด ไม่ฝืน แต่ข้อเสียคือมันกลายเป็นว่า Sub Plot ตรงนี้มันเบาบางเกินไป เลยไม่ได้รู้สึกอิมแพคหรืออินกับประเด็นครอบครัวในหนังสักเท่าไหร่

ส่วนที่สนุกของหนังไม่ใช่ฉากแอ็คชั่น เพราะแอ็คชั่นในเรื่องนี้คือส่วนประกอบเล็กๆ จริงๆ น้อยกว่า DC เรื่องอื่นๆ มาก หากไปคาดหวังว่าจะได้เห็นอย่างซัดกันใน Man of Steel หรือ Aquaman อาจจะผิดหวังสักหน่อย แอ็คชั่นในเรื่องนี้ให้ไม่ถึง 10% ของหนังเลยอะ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลงแต่อย่างใด เพราะจุดขายของหนังมันสนุกตรงการได้เห็นพัฒนาการตัวละครกับมุกตลกเนี่ยแหละ ที่ใส่มาอย่างจัดเต็มมาก มีการแอบแซะฮีโร่ค่ายตัวเองบ้างประปราย จังหวะในการเล่นมุกต่างๆ คือบันเทิง ฮาเลยทีเดียว

ต้องชมนักแสดงในเรื่องนี้แต่ละคนด้วย ที่แสดงออกมาได้ดีเลยทีเดียว ทำให้หนังมันตลกเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะ Zachary Levi ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก การเล่นหูเล่นตา แอ็คติ้งต่างๆ ฮาจริงๆ พยายามทำตัวให้เหมือนเด็กคนหนึ่ง แต่ถึงกระนั้น ปัญหาที่เห็นชัดๆ เลยคือ หนังไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่า Billy Batson และ Shazam คือคนเดียวกัน เพราะบุคลิกมันดูต่างกันสุดขั้ว เราไม่เห็นความเป็น Shazam ใน Billy และเช่นเดียวกัน เราไม่เห็นความเป็น Billy ในตัว Shazam ซึ่งถือเป็นจุดด้อยที่ใหญ่มากๆ สำหรับเรา

Shazam! ถูกวางไว้จะทำเป็นไตรภาค และแน่นอนว่าภาคแรกก็เหมือนเป็นการปูเรื่องให้เราได้รู้จักกับตัวละครตัวนี้อย่างคร่าวๆ และมันทำออกมาในระดับที่น่าพอใจ ถ้าใครหาหนังฮีโร่ๆ เบาสมอง ไม่ดาร์ค ไม่คิดเยอะ เข้าไปฮาอย่างเดียว เราว่า Shazam! ตอบโจทย์เลยแหละ โดยรวมแล้วมันก็ยังสู้ Aquaman ไม่ได้อยู่ดี แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ Shazam!

ที่มา : movie.thaiware.com