รีวิวหนัง The Maid สาวลับใช้ ผีไทยแนวแปลก ไม่ได้มีแต่ความหลอน


ผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในไทย ก็ทำให้วงการภาพยนตร์ไทยไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการดูหนังในโรงภาพยนตร์ ที่ไม่ได้เป็นช่องทางหลักอีกต่อไป การเปิดตัวหนังที่ให้ดูผ่านทางออนไลน์ ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาท เป็นอีกหนึ่งช่องทางควบคู่กับการดูหนังในโรงอย่างเต็มตัว ซึ่งตอนนี้ก็มีหนังไทยเรื่องใหม่ เปิดตัวและเข้าฉายทางออนไลน์แล้วที่ Netflix ในชื่อ The Maid หรือในชื่อไทยว่า สาวลับใช้

The Maid สาวลับใช้ เล่าเรื่องราวของ “จอย” (พลอย ศรนรินทร์) ที่เป็นสาวใช้คนใหม่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่เจ้าของเป็นคู่สามีภรรยาชนชั้นสูง (สาวิกา ไชยเดช, ธีรภัทร์ สัจจกุล) พร้อมลูกสาวตัวน้อยอีก 1 คน ที่ดูไปก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม แต่ก็แอบมีเบื้องหลังที่น่าสงสัยซ่อนอยู่ กับเหตุการณ์หลอนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จนต้องเปลี่ยนคนใช้บ่อยๆ เพราะไม่มีใครทนอยู่ได้ แต่จอยกลับแตกต่าง เพราะเธอสนใจและพยายามหาทางพิสูจน์ความลึกลับที่ปิดซ่อนไว้

ต้องบอกก่อนว่าใครที่นิยมการดูหนังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ประมาณว่าเนื้อเรื่องดี แนวทางชัดเจน เล่าเรื่องลื่นไหล น่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่เหมาะกับการดู The Maid สักเท่าไร เพราะมีแนวโน้มว่าตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที จะเต็มไปด้วยสิ่งที่ชวนขัดใจ ไม่สมบูรณ์ ไม่เป็นเส้นตรง จนทำให้รู้สึกไม่ดีกับหนัง ถึงขั้นไม่ได้รับสิ่งที่เรียกว่า “ความบันเทิง” จากการดูหนังเรื่องนี้เลยก็เป็นได้

The Maid ที่นำเสนอในแบบหนัง 3 องก์ (3 Act Structure) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของหนังปกติ แต่หนังเรื่องนี้มีวิธีการใช้ 3 องก์ ที่แตกต่างออกไป โดยองก์แรก จะเป็นช่วงปูเรื่องและตัวละคร ที่องก์นี้ถูกนำเสนอในแบบหนังผีตามสูตร แต่มันก็ไม่ใช่สไตล์ผีไทยในแบบที่คุ้นเคยกัน มันมีเทคนิค ลูกเล่นในแบบที่เหมือนหยิบยืมมาจากหนังผีเอเชียหรือผีฮอลลีวูด

องก์แรกนี้ดูจะมีการนำเสนอที่ซื่อตรงกับสิ่งที่เห็นในตัวอย่างหนังมากที่สุดแล้ว ทั้งความน่ากลัวที่อัดใส่คนดูเป็นระยะ ทั้งตุ๊กตาลิงและผีคนใช้? ระหว่างนั้นก็วางปริศนาและปมความสัมพันธ์ตัวละครต่างๆ ไว้ ทั้งเรื่องลับที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้ ความสัมพันธ์ของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง หรือแม้กระทั่งตัวของสาวรับใช้เอง

จนมาถึงองก์ 2 ที่เริ่มไม่เล่นตามสูตรแล้ว ทิศทางของหนังเริ่มฉีกกฎปกติ ความหลอกหลอนในแบบหนังผี หายไปเกือบหมด เพราะถูกวางและหันไปเล่นกับประเด็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนขึ้นแทน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของคุณหญิงและคุณชาย ลงไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้น และเหตุการณ์ที่นำไปสู่ที่มาของชื่อหนังเรื่องนี้

ที่น่าทึ่งที่สุดเห็นจะเป็นการเลือกที่จะสรุปประเด็นปริศนาและคำถามต่างๆ จนเกือบหมดเปลือกในช่วงนี้เลย ซึ่งโดยปกติการสรุปเรื่องราวจะเป็นสิ่งที่ถูกวางไว้ในองก์ที่ 3 นับเป็นความกล้าหาญของผู้กำกับ ลี ทองคำ (ที่ก่อนหน้านี้อยู่ระหว่างกำกับหนัง The Lake บึงกาฬ แต่กลายเป็น The Maid ลัดคิวออกฉายก่อน) ในการพาเรื่องไปสู่ทิศทางใหม่

มาสู่องก์ 3 ที่พลิกผันกลายเป็นความคลุ้มคลั่งและบ้าบิ่นสุดๆ กับการพาเรื่องมาสู่ทิศทางของ Slasher Film แม้ระหว่างทางจะแอบหยอดอยู่นิดๆ ว่าหนังอาจมาสู่ทิศทางนี้ได้ แต่เมื่อมาถึงจริงๆ และมันอยู่ในหนังไทย เลยกลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ เหมือนว่าเราเคยกินพิซซ่า รู้รสชาติของพิซซ่ากันดีอยู่แล้ว แต่พอมันถูกนำมาปรุงด้วยเครื่องปรุงและฝีมือแบบไทยๆ มันก็ให้รสชาติพิซซ่าที่แปลกและอร่อยไปอีกแบบ

โดยสรุป The Maid สาวลับใช้ มีความเป็นหนังทดลอง นำเสนอสิ่งที่ฉีกกรอบออกจากหนังผีไทยที่เคยทำกันมา เน้นไปที่วิธีการนำเสนอมากกว่าเนื้อเรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อเรื่องจะถูกทอดทิ้ง หรือโยนตรรกะไปเลยเสียทีเดียว มันก็พอมีอะไรให้จับต้องและตีความอยู่เหมือนกัน ทั้งในมุมของชนชั้น มุมของความสัมพันธ์ และหากเอามุมของเนื้อเรื่องที่อาจรู้สึกว่ามันรวบรัด หรือบางอย่างที่เปิดปมไว้แต่ก็เหมือนไม่มีความหมายอะไร ก็ลองดูไปจนจบ End Credit ก็น่าจะพอได้จิ๊กซอว์มาต่อเป็นภาพของเรื่องราวทั้งหมด!

สุดท้าย คนดูที่นิยมลองหนังที่มีส่วนผสมแปลกๆ หนังเรื่องนี้คือทางของคุณเลย แต่สำหรับคนดูทั่วไปที่อยากดูเรื่องนี้เพราะชอบหนังแนวผี ก็คงต้องขอให้เปิดใจกับหนังเรื่องนี้สักนิด และจะได้ความบันเทิงในแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้แบบนี้ในหนังไทย…

รีวิวหนัง The Maid สาวลับใช้ ผีไทยแนวแปลก ไม่ได้มีแต่ความหลอน

รีวิวหนังออนไลน์