รีวิวหนัง จุดจบของหนัง X-Men The New Mutants มิวแทนท์รุ่นใหม่


คนรุ่นใหม่คืออนาคต.. ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง แต่มันเกี่ยวข้องกับจักรวาลหนัง X-Men ที่เดินทางมาถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญใน The New Mutants หรือในชื่อไทยว่า มิวแทนท์รุ่นใหม่ ที่เราจะได้เห็นว่าทิศทางใหม่ของหนัง X-Men ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

แม้เราจะได้เห็นตัวอย่างกันตั้งแต่ปี 2017 แต่หนังก็ไม่ได้ฉายเสียที มีเหตุให้ต้องเลื่อนฉายออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งปัญหาของตัวหนังเองไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านเจ้าของหนังจาก 20th Century Studios มาสู่ Disney Studios และอาจต้องนับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เข้าไปด้วยก็ได้ ทำให้หลายคนที่ตั้งตารอคอยหวั่นใจกับตัวหนังว่าจะรอดหรือไม่? แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาพิสูจน์คุณค่าของตัวหนังกันเสียที เมื่อหนังได้เข้าฉายในไทย

The New Mutants มิวแทนท์รุ่นใหม่ กำกับโดย จอร์ช บูน ผู้กำกับที่หลายคนชอบจาก The Fault in Our Stars จากหนังรักโดดมากำกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่อิงเรื่องราวมาจากฉบับคอมมิกในชื่อเดียวกันที่เขียนขึ้นมาเมื่อปี 1982 หนังเล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นใหม่ 5 คน ด้วยปมปัญหาส่วนตัวของแต่ละคน ทำให้ถูกนำมาอยู่ในสถาบันเพื่อบำบัด และเรียนรู้การควบคุมและใช้พลังของตัวเอง แต่ความเป็นจริงสถาบันแห่งนี้มีความลับบางสิ่งบางอย่างแอบซ่อนอยู่ ที่ค่อยๆ คุกคามกลุ่มมิวแทนท์รุ่นใหม่ ทั้งหมดจึงต้องร่วมมือกันสืบหาความจริงและหาทางรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้…

X-Men เป็นซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ที่มีฮีโร่หรือก็คือวัตถุดิบเยอะมาก แถมแฟนคลับทั่วโลกก็พร้อมให้การสนับสนุน แต่ไม่รู้ว่าเป็นอาถรรพณ์หรืออย่างไร เมื่อถูกนำมาสร้างเป็นหนัง กลับมีผลงานที่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวังอยู่หลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อว่าแฟน X-Men หลายคนก็ยังแอบหวังกับ The New Mutants เมื่อพิจารณาจากทีมนักแสดงที่นำโดย ไมซี่ วิลเลียมส์ (ซีรีส์ Game of Thrones) และ แอนยา เทย์เลอร์-จอย (Glass) นักแสดงวัยรุ่นเลือดใหม่ที่อาจเป็นตัวจุดประกายแฟรนไชส์หนัง X-Men ขึ้นมาอีกครั้ง

ซึ่งก็ขอบอกกันอย่างตรงไปตรงมาว่า The New Mutants ถูกจัดเป็นหนึ่งในหนัง X-Men ที่น่าผิดหวังที่สุดภาคหนึ่งที่เคยสร้างกันมา (อย่างน่าเสียดาย) มีสถานะที่ไม่ต่างจาก Dark Phoenix ที่ฉายเมื่อปี 2019 หนังมีความพยายามในการนำเสนอความแปลกใหม่ กับการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่อยู่ในธีมสยองขวัญ ซึ่งตัวอย่างก็สื่อสารออกมาได้น่าสนใจมาก แต่เมื่อมาดูตัวหนังจริงๆ การนำเสนอกลับไม่ได้มีอะไรที่ใกล้เคียงในแบบที่หนังแนวสยองขวัญจริงๆ มอบให้เลย มันเบาบาง ทื่อด้าน จนคนที่นิยมดูหรือคุ้นเคยกับหนังสายสยองขวัญอาจต้องมองบน ว่านี่คือ “สยองแล้วหรือ?”

กับเรื่องราวที่ถูกวางไว้ในพื้นที่จำกัด กับสถาบันที่มีสภาพคล้ายสถานพักฟื้น และตัวละคร ดร.เซซิเลีย เรเยส (อลิซ บราก้า) คุณหมอที่ดูแลเหล่ามิวแทนท์รุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยปริศนา เปิดโอกาสให้พาหนังไปสู่การสืบสวนและเปิดโปงเบื้องหลัง แต่เหมือนหนังจะอยากใช้เวลาไปกับกลุ่มตัวละครเด็กมีปัญหามากกว่า เพื่อให้คนดูรู้จักตัวละครแต่ละคนก่อนที่จะมาอยู่สถาบันแห่งนี้ และการปูความสัมพันธ์ในแบบหนังวัยรุ่น ที่ไม่ได้มีมิติลึกซึ้ง ปมดราม่าหนักๆ อะไรให้จับต้อง